ความลับใต้แสงจันทร์

ความลับใต้แสงจันทร์

By พิมพ์ชนก สุขใส

romance · 2026-04-23

ปานเดือน ทายาทสาวแห่งตระกูลอัครเดชา ผู้เป็นที่รู้จักในนาม 'มูนไลท์' นักลงทุนลึกลับ พบว่าบริษัทของเธอกำลังจะล้มละลายเนื่องจากการโกงภายใน เธอได้รับข้อเสนอสุดแปลกจากนักลงทุนชื่อ ธีรวัฒน์ ที่ยื่นข้อเสนอจะช่วยกอบกู้บริษัท แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องแต่งงานกับเขาเท่านั้น. ปานเดือนตัดสินใจสืบประวัติของธีรวัฒน์ และพบความจริงที่น่าตกใจว่าเขาคือทายาทของตระกูลอัครวุฒิ คู่แข่งทางธุรกิจของครอบครัวเธอ

บทที่ 1

ความลับใต้แสงจันทร์

เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนหรูหรา ณ คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ เรือนผมสีดำขลับยาวสยายไปบนหมอนไหม ดวงหน้าหวานซึ้งที่ปกติมักประดับด้วยรอยยิ้ม กลับดูเหนื่อยล้าในยามหลับใหล

เธอคว้าโทรศัพท์มาด้วยความหงุดหงิด กดรับสายโดยไม่ดูชื่อ

“มีอะไร” เสียงหวานติดจะห้าวเล็กน้อยดังขึ้น

“คุณหนูครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงปลายสายฟังดูตื่นตระหนก

หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที ความง่วงงุนหายไปจนหมดสิ้น “เกิดอะไรขึ้น บอกมา!”

“บริษัทกำลังจะล้มละลายครับ!”

ชื่อของเธอคือ ปานเดือน อัครเดชา หญิงสาววัย 25 ปี ผู้ที่ภายนอกดูเหมือนจะเป็นเพียงทายาทสาวสวยของตระกูลอัครเดชา ตระกูลเก่าแก่ผู้ร่ำรวย แต่เบื้องหลังนั้น เธอคือ “มูนไลท์” นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้า ผู้กุมบังเหียนบริษัทลงทุนขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “ลูน่า อินเวสเม้นท์”

ปานเดือนลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว ความตกใจทำให้เธอแทบช็อก “เป็นไปได้ยังไง? ฉันเพิ่งตรวจสอบบัญชีไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทุกอย่างยังปกติดี”

“มีคนจงใจโกงครับคุณหนู พวกเขาถ่ายเทเงินออกจากบริษัทไปอย่างเงียบ ๆ เป็นจำนวนมหาศาล”

“ใคร?” ปานเดือนถามเสียงเย็นยะเยือก

“เรายังไม่ทราบแน่ชัดครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนภายใน”

“ฉันจะไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้” ปานเดือนตัดสายทิ้ง รีบลุกจากเตียง ตรงไปยังห้องแต่งตัว

ในขณะที่เธอแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ความคิดมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ เธอทำงานหนักมาตลอดเพื่อสร้างลูน่า อินเวสเม้นท์ ให้เติบโต เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับบริษัทนี้ แล้วทำไมถึงมีคนทรยศเธอได้

ปานเดือนมองตัวเองในกระจก เธอเห็นภาพหญิงสาวที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง แต่แววตาของเธอกลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่เธอสร้างมาอย่างแน่นอน

เธอขับรถสปอร์ตคันหรูสีดำออกจากคอนโดมิเนียมด้วยความเร็วสูง ถนนในกรุงเทพฯ ในยามเช้ามืดนั้นค่อนข้างโล่ง ทำให้เธอสามารถไปถึงบริษัทได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อมาถึงลูน่า อินเวสเม้นท์ ปานเดือนก็ตรงไปยังห้องทำงานของเธอทันที เธอสั่งให้เลขาฯ เรียกประชุมด่วนกับผู้บริหารระดับสูงทุกคน

ในห้องประชุม ปานเดือนมองหน้าผู้บริหารแต่ละคนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เธอพยายามมองหาคนที่น่าสงสัย แต่ทุกคนก็ดูปกติ ไม่มีใครแสดงอาการผิดปกติออกมา

“ฉันรู้ว่ามีใครบางคนในห้องนี้ทรยศฉัน” ปานเดือนพูดเสียงดัง ทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ “ฉันจะให้โอกาสพวกคุณสารภาพ ถ้าใครออกมาสารภาพตอนนี้ ฉันจะลดโทษให้”

ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครยอมรับผิด

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเริ่มทำการตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียด ถ้าฉันเจอใครที่โกง ฉันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” ปานเดือนประกาศกร้าว

การตรวจสอบบัญชีเริ่มต้นขึ้นอย่างเข้มข้น ปานเดือนทำงานอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน เธอแทบไม่ได้พักผ่อน เธอต้องการที่จะหาตัวคนทรยศให้ได้โดยเร็วที่สุด

ในขณะที่การตรวจสอบดำเนินไป ปานเดือนก็ได้รับข่าวร้ายอีกเรื่องหนึ่ง หุ้นของลูน่า อินเวสเม้นท์ เริ่มตกอย่างหนัก นักลงทุนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในบริษัท

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง” เลขาฯ ของเธอกล่าวด้วยความเป็นห่วง “ถ้าหุ้นตกลงไปมากกว่านี้ บริษัทของเราจะล้มละลายจริง ๆ”

ปานเดือนรู้ดีว่าเลขาฯ พูดถูก เธอต้องหาทางกอบกู้สถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่เธอจะทำอย่างไร?

ในขณะที่เธอกำลังคิดหาทางออก โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

“ใคร” เธอถามเสียงห้วน

“สวัสดีครับ คุณปานเดือน” เสียงทุ้มนุ่มของชายคนหนึ่งดังขึ้น

“คุณเป็นใคร?”

“ผมชื่อ ธีรวัฒน์ ครับ ผมเป็นนักลงทุน”

“แล้วคุณโทรมาทำไม?”

“ผมโทรมาเพื่อเสนอความช่วยเหลือครับ ผมรู้ว่าบริษัทของคุณกำลังมีปัญหา”

“คุณรู้ได้อย่างไร?”

“ผมรู้ทุกอย่างครับ ผมรู้ว่ามีคนโกงบริษัทของคุณ ผมรู้ว่าหุ้นของบริษัทกำลังตก”

ปานเดือนเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจ “คุณต้องการอะไร?”

“ผมต้องการที่จะช่วยเหลือคุณ ผมจะลงทุนในบริษัทของคุณ แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้?”

“คุณต้องแต่งงานกับผม”

ปานเดือนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณพูดบ้าอะไร?!”

“ผมไม่ได้พูดเล่น ผมรู้ว่ามันฟังดูแปลก ๆ แต่ผมมีเหตุผลของผม”

“ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ฉันไม่รู้จัก!”

“คุณจะยอมให้บริษัทของคุณล้มละลายเหรอ?”

ปานเดือนเงียบไป เธอรู้ว่าธีรวัฒน์กำลังบีบเธอ เธอไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเธอไม่แต่งงานกับเขา บริษัทของเธอก็จะล้มละลาย

“ฉันขอเวลาคิด”

“ผมให้เวลาคุณถึงพรุ่งนี้เช้า ถ้าคุณไม่ตกลง ผมจะถอนตัว” ธีรวัฒน์พูดจบก็ตัดสายไป

ปานเดือนทรุดตัวลงบนเก้าอี้ เธอรู้สึกสิ้นหวัง เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอจะยอมแต่งงานกับคนที่เธอไม่รู้จักเพื่อกอบกู้บริษัทของเธอจริง ๆ เหรอ? หรือเธอจะปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา?

ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นภาพถ่ายครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ ในภาพนั้นมีพ่อ แม่ และตัวเธอในวัยเด็ก พวกเขากำลังยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข

ปานเดือนน้ำตาคลอเบ้า เธอจำได้ว่าพ่อของเธอเคยสอนเธอว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามยอมแพ้”

เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้บริษัทของเธอ แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการแต่งงานกับคนที่เธอไม่รู้จักก็ตาม

ปานเดือนตัดสินใจแล้ว เธอจะโทรหาธีรวัฒน์ในตอนเช้า และตอบตกลงข้อเสนอของเขา แต่ก่อนหน้านั้น เธอจะต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร และทำไมเขาถึงต้องการแต่งงานกับเธอ

เธอเริ่มทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับธีรวัฒน์ อัครวุฒิ นักธุรกิจหนุ่มผู้ร่ำรวยและมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ยิ่งเธอสืบค้น เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ข้อมูลเกี่ยวกับเขานั้นน้อยมาก แทบไม่มีใครรู้เรื่องราวเบื้องหลังของเขาเลย

และแล้ว เธอก็ได้พบกับข้อมูลชิ้นหนึ่งที่ทำให้เธอตกใจจนแทบช็อก ธีรวัฒน์ อัครวุฒิ คือทายาทคนเดียวของตระกูลอัครวุฒิ ตระกูลคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลอัครเดชามานานหลายชั่วอายุคน!

ทำไมเขาถึงต้องการแต่งงานกับเธอ? เขาต้องการที่จะช่วยเหลือเธอจริง ๆ หรือว่าเขามีแผนการร้ายแอบแฝงกันแน่?

อ่านต่อบทที่ 2