เมียบังคับ ป.ธ.๙

เมียบังคับ ป.ธ.๙

By อ.ภวภัทร

romance · 2026-04-23

อรุณรุ่ง ทายาทตระกูลดัง ต้องเผชิญวิกฤตบริษัทล้มละลาย พ่อบังคับให้แต่งงานกับ ภวินท์ ทายาทมหาเศรษฐีเพื่อกอบกู้บริษัท อรุณรุ่งไม่เต็มใจ แต่จำใจต้องยอม ภวินท์พาอรุณรุ่งมาที่บ้านของเขา และกำลังจะทำมิดีมิร้าย แต่มีเหตุให้ต้องออกไปข้างนอก ชิน ชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัว

บทที่ 1

เมียบังคับ ป.ธ.๙

เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูปลุกอรุณรุ่งให้ตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสุข นิ้วเรียวสวยควานหาราวกับคนตาบอด ก่อนจะพบเจ้าอุปกรณ์สื่อสารตัวต้นเหตุและกดรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“มีอะไรแต่เช้า” อรุณรุ่งถามปลายสายด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก

“คุณหนูคะ คุณท่านเรียกพบด่วนที่ห้องทำงานค่ะ” เสียงปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“มีเรื่องอะไร” อรุณรุ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย

“ดิฉันไม่ทราบค่ะ แต่คุณท่านกำชับว่าให้คุณหนูไปพบโดยด่วน”

“เข้าใจแล้ว” อรุณรุ่งตัดสายทิ้ง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความหงุดหงิด

อรุณรุ่ง อัครเมธากุล ทายาทคนเดียวของตระกูลอัครเมธากุล ตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจของประเทศไทย เธอเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติ แต่กลับต้องมาเผชิญกับปัญหาที่คาดไม่ถึง

อรุณรุ่งเดินลงบันไดมาด้วยท่าทางสง่างาม ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยขุ่นเคืองเล็กน้อย เมื่อมาถึงห้องทำงานของบิดา เธอก็เคาะประตูเบาๆ

“เข้ามาได้” เสียงทุ้มต่ำของอัครเมธากุลดังลอดออกมา

อรุณรุ่งเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน บิดาของเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าเคร่งเครียดบ่งบอกว่ากำลังมีเรื่องกังวลใจ

“มีอะไรคะคุณพ่อ” อรุณรุ่งถามด้วยความเป็นห่วง

“พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยกับลูก” อัครเมธากุลกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่องอะไรคะ”

“บริษัทของเรากำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก”

อรุณรุ่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นคะ”

“ช่วงที่ผ่านมาเราลงทุนผิดพลาดไปหลายโครงการ ทำให้ขาดทุนจำนวนมาก”

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ” อรุณรุ่งถามด้วยความกังวล

“พ่อมีทางออกอยู่ทางเดียว” อัครเมธากุลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ทางออกอะไรคะ”

“ลูกจะต้องแต่งงานกับคุณภวินท์”

อรุณรุ่งถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่เคยคิดเลยว่าบิดาจะให้เธอแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก

“คุณพ่อกำลังพูดเรื่องอะไรคะ” อรุณรุ่งถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คุณภวินท์เป็นทายาทของตระกูลธนทรัพย์ไพศาล ตระกูลที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศ ถ้าลูกแต่งงานกับเขา บริษัทของเราก็จะรอดพ้นจากวิกฤต”

“แต่หนูไม่ได้รักเขา” อรุณรุ่งโต้แย้ง

“ความรักไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือการรักษาบริษัทของเราไว้” อัครเมธากุลกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“แต่หนู…”

“พ่อตัดสินใจแล้ว ลูกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” อัครเมธากุลตัดบท

อรุณรุ่งรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มทลายลงมาต่อหน้าต่อตา เธอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก แต่เธอก็ไม่อยากเห็นบริษัทของครอบครัวต้องล้มละลาย

น้ำตาไหลอาบแก้มของอรุณรุ่ง เธอไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังเท่านี้มาก่อน

“หนูขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมคะ” อรุณรุ่งขอร้อง

“พ่อให้เวลาลูกถึงแค่พรุ่งนี้เช้า” อัครเมธากุลกล่าว

อรุณรุ่งเดินออกจากห้องทำงานของบิดาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอเดินอย่างไร้จุดหมายไปยังสวนหลังบ้าน ที่นั่นเป็นที่ที่เธอชอบมาพักผ่อนหย่อนใจในยามที่เธอมีความสุข แต่ในวันนี้มันกลับดูเศร้าสร้อยและอ้างว้าง

อรุณรุ่งนั่งลงบนม้านั่งตัวโปรด ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เธอไม่สามารถบอกใครได้ว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไร

ในขณะที่อรุณรุ่งกำลังจมอยู่กับความทุกข์ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นป้าแม่บ้านที่เธอคุ้นเคย

“คุณหนูเป็นอะไรไปคะ ทำไมถึงร้องไห้” ป้าแม่บ้านถามด้วยความเป็นห่วง

อรุณรุ่งส่ายหน้า ไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องของเธอ

“ไม่มีอะไรค่ะป้า” อรุณรุ่งตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คุณหนูไม่ต้องปิดบังป้าหรอกค่ะ ป้าอยู่กับคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก ป้ารู้ว่าคุณหนูกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ” ป้าแม่บ้านกล่าว

อรุณรุ่งมองหน้าป้าแม่บ้านด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ป้าแม่บ้านฟัง

ป้าแม่บ้านฟังเรื่องราวของอรุณรุ่งด้วยความเห็นใจ เธอรู้ดีว่าอรุณรุ่งเป็นเด็กดีและไม่สมควรต้องมาเผชิญกับเรื่องแบบนี้

“คุณหนูอย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ ป้าเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องมีทางออก” ป้าแม่บ้านให้กำลังใจ

“แต่หนูไม่รู้จะทำยังไง” อรุณรุ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

“คุณหนูต้องเข้มแข็งนะคะ คุณหนูต้องสู้เพื่อตัวเองและเพื่อคนที่คุณหนูรัก” ป้าแม่บ้านกล่าว

คำพูดของป้าแม่บ้านทำให้อรุณรุ่งเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง เธอตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องนี้

อรุณรุ่งกลับเข้าไปในบ้านด้วยความมุ่งมั่น เธอเดินตรงไปยังห้องสมุดของบิดา เธอรู้ว่าในห้องสมุดแห่งนี้มีหนังสือมากมายที่อาจช่วยเธอหาทางออกได้

อรุณรุ่งเริ่มค้นหาหนังสือทีละเล่ม เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับการเงิน ธุรกิจ และกฎหมาย เธอต้องการหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่จะสามารถช่วยบิดาแก้ไขปัญหาของบริษัทได้

อรุณรุ่งใช้เวลาทั้งคืนอยู่ในห้องสมุด เธออ่านหนังสือจนตาแทบจะปิด แต่เธอก็ไม่ยอมหยุด เธอรู้ว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลง

ในที่สุดอรุณรุ่งก็พบหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจในภาวะวิกฤต อรุณรุ่งเริ่มอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างละเอียด เธอหวังว่ามันจะช่วยเธอได้

ในขณะที่อรุณรุ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องสมุด

“ใคร” อรุณรุ่งถาม

“ผมเองครับ” เสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่งตอบ

อรุณรุ่งขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอไม่รู้ว่าใครมาหาเธอในเวลานี้

อรุณรุ่งเดินไปเปิดประตูห้องสมุด เมื่อเธอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เธอก็ถึงกับตกตะลึง

คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ ภวินท์ ธนทรัพย์ไพศาล ชายหนุ่มที่บิดาของเธอบอกให้เธอแต่งงานด้วย

“คุณมาทำอะไรที่นี่” อรุณรุ่งถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ผมมาคุยกับคุณเรื่องของเรา” ภวินท์ตอบด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

อรุณรุ่งมองหน้าภวินท์ด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ต้องการคุยกับเขาเรื่องอะไรทั้งนั้น

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” อรุณรุ่งกล่าว

“แต่ผมมีเรื่องสำคัญที่จะคุยกับคุณ” ภวินท์กล่าว

“เรื่องอะไร” อรุณรุ่งถาม

“เรื่องที่เราจะต้องแต่งงานกัน” ภวินท์ตอบ

อรุณรุ่งถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้

“ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ต้องการแต่งงานกับคุณ” อรุณรุ่งกล่าว

“แต่คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” ภวินท์กล่าว

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์” อรุณรุ่งโต้แย้ง

“เพราะถ้าคุณไม่แต่งงานกับผม บริษัทของคุณจะต้องล้มละลาย” ภวินท์ตอบ

อรุณรุ่งถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าภวินท์จะรู้เรื่องนี้

“คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” อรุณรุ่งถาม

“ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณและครอบครัวของคุณ” ภวินท์ตอบ

“คุณต้องการอะไร” อรุณรุ่งถาม

“ผมต้องการคุณ” ภวินท์ตอบ

“คุณต้องการฉันไปทำไม” อรุณรุ่งถาม

“ผมต้องการคุณมาเป็นภรรยาของผม” ภวินท์ตอบ

อรุณรุ่งมองหน้าภวินท์ด้วยความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ แต่เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี

“ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคุณ” อรุณรุ่งกล่าว

ภวินท์หัวเราะออกมาเสียงดัง

“คุณไม่มีทางเลือก” ภวินท์กล่าว

“ฉันมีทางเลือกเสมอ” อรุณรุ่งโต้แย้ง

“คุณคิดผิดแล้ว” ภวินท์กล่าว

ภวินท์เดินเข้ามาใกล้อรุณรุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนอรุณรุ่งต้องถอยหลังหนี

“อย่าเข้ามานะ” อรุณรุ่งขู่

“ทำไมผมจะเข้าไม่ได้” ภวินท์ถาม

ภวินท์จับตัวอรุณรุ่งไว้แน่น อรุณรุ่งพยายามดิ้นให้หลุด แต่ก็ไม่เป็นผล

“ปล่อยฉันนะ” อรุณรุ่งร้อง

ภวินท์ไม่สนใจคำร้องขอของอรุณรุ่ง เขาจูบเธออย่างรุนแรง อรุณรุ่งพยายามผลักเขาออก แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

ในที่สุดอรุณรุ่งก็หมดสติไป

เมื่ออรุณรุ่งฟื้นขึ้นมา เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของภวินท์ เธอตกใจมาก เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

อรุณรุ่งลุกขึ้นจากเตียงนอนและเดินไปที่หน้าต่าง เธอเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองหลวง เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในบ้านของเธออีกต่อไป

อรุณรุ่งหันกลับมามองในห้อง เธอเห็นเสื้อผ้าของผู้หญิงวางอยู่บนเตียง เธอรู้ว่ามันเป็นเสื้อผ้าของเธอ

อรุณรุ่งเดินไปหยิบเสื้อผ้าเหล่านั้นมาสวมใส่ เธอรู้สึกขยะแขยงตัวเอง เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะตกต่ำได้ถึงขนาดนี้

ในขณะที่อรุณรุ่งกำลังแต่งตัวอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอน

อรุณรุ่งหันไปมองที่ประตู เธอก็เห็นภวินท์เดินเข้ามาในห้อง

“ตื่นแล้วเหรอ” ภวินท์ถามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

อรุณรุ่งไม่ตอบ เธอจ้องมองหน้าภวินท์ด้วยความโกรธแค้น

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อรุณรุ่งถาม

“ผมพาเธอมา” ภวินท์ตอบ

“ทำไม” อรุณรุ่งถาม

“เพราะเธอเป็นของผมแล้ว” ภวินท์ตอบ

อรุณรุ่งถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่ถูกขังอยู่ในกรงทอง

“ฉันจะกลับบ้าน” อรุณรุ่งกล่าว

“เธอไม่มีวันได้กลับไป” ภวินท์ตอบ

“ทำไม” อรุณรุ่งถาม

“เพราะเธอจะต้องอยู่ที่นี่กับผมตลอดไป” ภวินท์ตอบ

อรุณรุ่งถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น เธอร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอรู้เพียงแต่ว่าเธอจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในเงื้อมมือของภวินท์ไปตลอดชีวิต

ภวินท์ยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาเดินเข้าไปใกล้อรุณรุ่งและอุ้มเธอขึ้นมา

“เธอเป็นของผมคนเดียว” ภวินท์กล่าว

อรุณรุ่งพยายามดิ้นให้หลุด แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

ภวินท์พาอรุณรุ่งไปที่เตียงนอนและวางเธอลง

“ผมจะทำให้เธอมีความสุข” ภวินท์กล่าว

ภวินท์จูบอรุณรุ่งอย่างรุนแรง อรุณรุ่งพยายามผลักเขาออก แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

ในที่สุดอรุณรุ่งก็ต้องยอมจำนนต่อชะตากรรม เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางหนีพ้นจากภวินท์ได้

ภวินท์ยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาถอดเสื้อผ้าของอรุณรุ่งออกจนหมด

อรุณรุ่งหลับตาลงด้วยความอับอาย เธอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของภวินท์ก็ดังขึ้น

ภวินท์ผละออกจากอรุณรุ่งและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

“มีอะไร” ภวินท์ถาม

“…”

“เกิดอะไรขึ้น” ภวินท์ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

“…”

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ภวินท์กล่าว

ภวินท์ตัดสายทิ้งและหันมามองอรุณรุ่ง

“ผมมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการ” ภวินท์กล่าว

อรุณรุ่งมองหน้าภวินท์ด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้น” อรุณรุ่งถาม

“ไม่สำคัญ” ภวินท์ตอบ

ภวินท์รีบแต่งตัวและออกจากห้องนอนไป

อรุณรุ่งนอนอยู่บนเตียงคนเดียว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

อรุณรุ่งลุกขึ้นจากเตียงนอนและเดินไปที่หน้าต่าง เธอเห็นรถของภวินท์ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

อรุณรุ่งขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอไม่รู้ว่าภวินท์กำลังจะไปไหน แต่เธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ทันใดนั้นเอง อรุณรุ่งก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอน

“ใคร” อรุณรุ่งถาม

“ผมเองครับ” เสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่งตอบ

อรุณรุ่งจำเสียงนั้นได้ เธอรู้ว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือใคร

อรุณรุ่งเปิดประตูห้องนอนออก เธอเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เขาเป็นชายหนุ่มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“คุณเป็นใคร” อรุณรุ่งถาม

“ผมชื่อชินครับ ผมมาช่วยคุณ” ชายหนุ่มตอบ

อ่านต่อบทที่ 2