เล่ห์รักในไฟหนาว

เล่ห์รักในไฟหนาว

By สิรินทรา จันทร์เพ็ญ

romance · 2026-04-23

อรพรรณถูกบังคับให้ดูตัวกับธีธัชเพื่อช่วยครอบครัวจากปัญหาการเงิน ธีธัชยื่นข้อเสนอแต่งงานพร้อมเงินสิบล้านบาท อรพรรณสับสนและปรึกษาเพื่อนและคุณน้า แต่สุดท้ายกลับได้รับข่าวร้ายว่าพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุ

บทที่ 1

เล่ห์รักในไฟหนาว

เสียงโทรศัพท์ปลุกทำให้ดวงตาคู่สวยของ ‘อรพรรณ’ ค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางเบา ส่องกระทบใบหน้าหวานของเธอที่ยังคงงัวเงีย เสียงเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความร้อนรนของผู้ที่โทรเข้ามา

“มีอะไรแต่เช้าคะคุณน้า” อรพรรณกดรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย

“อรพรรณ! นี่มันจะแปดโมงแล้วนะลูก วันนี้ลูกมีนัดสำคัญไม่ใช่เหรอ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“นัดอะไรคะ…” อรพรรณยังคงงัวเงีย เธอพยายามนึกว่าวันนี้มีธุระสำคัญอะไร แต่สมองของเธอก็ยังคงว่างเปล่า

“นัดดูตัวไง! คุณธีธัช ลูกชายท่านประธานธีรวัฒน์ ลูกลืมไปแล้วเหรอลูก!” คุณน้าของเธอเน้นเสียงอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้นเอง สติของอรพรรณก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว นัดดูตัว! เธอลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร เธอรีบลุกจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า

“ตายแล้ว! หนูเกือบลืมไปเลยค่ะคุณน้า” อรพรรณรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“รีบแต่งตัวแล้วไปเดี๋ยวนี้เลยนะลูก คุณธีธัชรออยู่ที่โรงแรมแล้ว อย่าให้เขาต้องรอนาน” คุณน้ากำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ค่ะคุณน้า หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย” อรพรรณรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตัดสายและรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป

อรพรรณอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบ เธอเลือกสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ปล่อยผมยาวสลวยเป็นลอนคลาย แต่งหน้าบางๆ ให้ใบหน้าดูสดใส เธอเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว เธอต้องรีบไปให้เร็วที่สุด

เมื่อมาถึงโรงแรมหรู อรพรรณรีบตรงไปยังห้องอาหารที่นัดหมาย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

ภายในห้องอาหารตกแต่งอย่างหรูหรา มีเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อรพรรณกวาดสายตามองหาคนที่เธอต้องมาดูตัวด้วย วันนี้ถือเป็นวันที่สำคัญของเธอ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตจะพลิกผันมาถึงจุดนี้ จุดที่เธอต้องมาดูตัวกับผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จัก เพื่อแลกกับอนาคตของครอบครัว

สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เขาสวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคายดูเคร่งขรึม ผมสีดำถูกจัดแต่งทรงอย่างดี บ่งบอกถึงความเป็นคนมีระเบียบ อรพรรณรู้ได้ทันทีว่าเขาคือ ‘ธีธัช’ ชายหนุ่มที่เธอต้องมาดูตัวด้วย

เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาคมกริบ ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจของเธอ

“คุณคือคุณอรพรรณใช่ไหมครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ค่ะ ดิฉันอรพรรณค่ะ ขอโทษที่มาช้านะคะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งก่อน” เขาผายมือเชิญให้นั่ง

อรพรรณนั่งลงตรงข้ามเขา เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดและเงียบงัน เธอไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไร

“ผมคงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วนะครับ คุณคงรู้แล้วว่าผมคือใคร” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“ค่ะ ดิฉันทราบค่ะ” เธอตอบกลับเบาๆ

“ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ผมไม่อยากเสียเวลา ผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

อรพรรณรู้สึกประหม่ามากขึ้นไปอีก เธอไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไร เธอได้แต่ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“ผมได้รับการขอร้องจากผู้ใหญ่ให้มาดูตัวกับคุณ ผมเองก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ผมก็ไม่อยากขัดใจผู้ใหญ่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ดิฉันเข้าใจค่ะ” เธอตอบกลับเบาๆ

“ผมมีข้อเสนอให้คุณ ถ้าคุณตกลง เราจะแต่งงานกัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

อรพรรณตกใจกับคำพูดของเขา เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดเรื่องแต่งงานออกมาตรงๆ แบบนี้

“แต่งงาน… เร็วเกินไปไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมไม่มีเวลามากนัก ผมต้องการคนที่มาเป็นคู่ชีวิตและเป็นแม่ของลูก ผมคิดว่าคุณเหมาะสม” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่เราเพิ่งเจอกัน…” เธอพยายามแย้ง

“ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไป แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถเรียนรู้กันได้ ผมให้เวลาคุณคิดหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าผมจะโทรมาถามคำตอบ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

อรพรรณรู้สึกเหมือนถูกกดดัน เธอไม่รู้จะทำอย่างไร เธอไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน ยิ่งเป็นการแต่งงานกับคนที่เธอไม่เคยรู้จัก มันยิ่งเป็นเรื่องที่ยากจะตัดสินใจ

“ถ้าคุณตกลง ผมจะให้เงินครอบครัวคุณสิบล้านบาท” เขาพูดต่อ

ดวงตาของอรพรรณเบิกกว้าง เธอตกใจกับข้อเสนอของเขา เงินสิบล้านบาท! มันเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลสำหรับครอบครัวของเธอ ครอบครัวของเธากำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอจะสามารถช่วยครอบครัวให้พ้นจากวิกฤตได้

แต่… เธอจะแต่งงานกับคนที่เธอไม่เคยรู้จักได้อย่างไร เธอจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคนที่เธอไม่ได้รักได้อย่างไร เธอสับสนและไม่รู้จะทำอย่างไร

“ฉันขอเวลาคิดดูก่อนนะคะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ผมให้เวลาคุณหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าผมจะโทรมา” เขาพูดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ผมมีธุระต่อ ขอตัวก่อนนะครับ” เขาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไป

อรพรรณมองตามร่างของเขาไปด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไร เธอจะเลือกความสุขของตัวเอง หรือจะเลือกช่วยครอบครัวให้พ้นจากวิกฤต

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อรพรรณนั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอไม่สามารถตัดสินใจได้ เธอจึงโทรศัพท์ไปปรึกษาเพื่อนสนิทของเธอ ‘ลลิตา’

“แกคิดว่าฉันควรทำยังไงดี” อรพรรณถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ฉันว่าแกควรทำตามหัวใจตัวเองนะ แกจะแต่งงานกับคนที่แกไม่ได้รักได้ยังไง” ลลิตาตอบกลับ

“แต่ถ้าฉันไม่แต่ง ครอบครัวฉันจะแย่” อรพรรณพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“ฉันเข้าใจแกนะ แต่การแต่งงานไม่ใช่ทางออกเสมอไป ลองคุยกับครอบครัวดูก่อนไหม” ลลิตาแนะนำ

“ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” อรพรรณพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

“แกเข้มแข็งไว้นะ ฉันจะอยู่ข้างๆ แกเสมอ” ลลิตาให้กำลังใจ

อรพรรณตัดสายจากลลิตา เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและสับสน เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เธอตัดสินใจเดินไปหาคุณน้าของเธอ เพื่อขอคำปรึกษา

“คุณน้าคะ หนูไม่รู้จะทำยังไงดี” อรพรรณพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“หนูต้องแต่งงานกับคุณธีธัชนะลูก นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยครอบครัวเราได้” คุณน้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แต่หนูไม่ได้รักเขา” อรพรรณแย้ง

“ความรักมันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่งงานไปแล้วค่อยๆ เรียนรู้กันไปก็ได้” คุณน้าพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“แล้วถ้าหนูไม่มีความสุขล่ะคะ” อรพรรณถาม

“ความสุขมันไม่ได้สำคัญเท่ากับการช่วยครอบครัวนะลูก” คุณน้าตอบกลับ

อรพรรณรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เธอไม่เคยคิดว่าคุณน้าของเธอจะพูดแบบนี้ เธอคิดว่าคุณน้าจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าคุณน้าเห็นแก่ผลประโยชน์ของครอบครัวมากกว่าความสุขของเธอ

อรพรรณรู้สึกผิดหวังและเสียใจ เธอเดินกลับห้องด้วยน้ำตานองหน้า เธอไม่รู้จะทำอย่างไร เธอจะเลือกความสุขของตัวเอง หรือจะเลือกช่วยครอบครัวให้พ้นจากวิกฤต

ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความสับสนและความทุกข์ใจ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอลังเลที่จะรับสาย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดรับ

“สวัสดีค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คุณอรพรรณใช่ไหมครับ” ปลายสายถาม

“ค่ะ ดิฉันเองค่ะ” เธอตอบกลับ

“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกให้คุณทราบ” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“เรื่องอะไรคะ” เธอถามด้วยความสงสัย

“พ่อของคุณ… ประสบอุบัติเหตุครับ”

อรพรรณรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตกใจและหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอได้แต่ภาวนาขอให้พ่อของเธอปลอดภัย

“ตอนนี้ท่านอยู่ที่โรงพยาบาล… (ชื่อโรงพยาบาล)” ปลายสายบอก

อรพรรณรีบตัดสายและวิ่งออกจากบ้านทันที เธอต้องไปหาพ่อของเธอ เธอต้องรู้ว่าพ่อของเธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่เธอรู้ว่าเธอต้องเข้มแข็งเพื่อพ่อของเธอ

ขณะที่เธอกำลังเรียกรถแท็กซี่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกล รถคันนั้น… เป็นรถของธีธัช! เขามาทำอะไรที่นี่? หรือว่า… เขารู้เรื่องอุบัติเหตุของพ่อเธอแล้ว? แล้วทำไมเขาถึงต้องมาที่นี่ในเวลานี้? ความสงสัยและความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของอรพรรณ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคืออะไร แต่เธอรู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล…

อ่านต่อบทที่ 2