รอยสักดอกกุหลาบสีเลือด

รอยสักดอกกุหลาบสีเลือด

By สิรินทรา จันทร์เพ็ญ

romance · 2026-04-23

อรุณรุ่ง ลูกสาวมาเฟีย ต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของมาเฟียอิตาลี วินเซนโซ่ เธอได้รับการช่วยเหลือจากชายลึกลับชื่อ ภูผา แต่กลับพบว่าพ่อของเธอเป็นพันธมิตรกับวินเซนโซ่ แม่ของเธอถูกลักพาตัว ทำให้เธอต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

บทที่ 1

รอยสักดอกกุหลาบสีเลือด

เสียงโทรศัพท์ดังกรีดร้องบาดหูปลุกอรุณรุ่งให้ตื่นจากห้วงนิทราอันแสนหวาน นิ้วเรียวควานหามันอย่างหัวเสียบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะกดรับอย่างหงุดหงิดโดยไม่ได้ดูว่าเป็นใคร

“มีอะไรแต่เช้าวะไอ้ชาติ!” อรุณรุ่ง หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักกันในนาม ‘รุ่ง’ เอ่ยถามเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบจ้องมองออกไปยังแสงแรกของวันที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา

( “คุณรุ่งครับ แย่แล้วครับ! พวกมันบุกมาที่โกดัง!” )

เสียงปลายสายดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก ทำให้อรุณรุ่งลุกขึ้นนั่งทันที ความง่วงงุนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความตื่นตัวและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง

“ว่าไงนะ!?” รุ่งถามกลับเสียงดัง “พวกมันคือใคร?”

( “ผมไม่แน่ใจครับ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นพวก… อิตาลีครับ!” )

สิ้นเสียงปลายสาย อรุณรุ่งก็รีบตัดสายทิ้งทันที หัวใจเต้นแรงด้วยความกังวล กลุ่มมาเฟียอิตาลีเข้ามาในเขตอิทธิพลของเธอได้อย่างไร? นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

อรุณรุ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของ ‘เจ้าสัวอิทธิ’ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจสีเทาของประเทศไทย ตั้งแต่เด็กเธอถูกเลี้ยงดูมาให้เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และพร้อมที่จะสืบทอดกิจการของครอบครัว เธอได้รับการฝึกฝนทั้งด้านการต่อสู้ การใช้อาวุธ และการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเข้มงวด จนกลายเป็นผู้หญิงที่แกร่งเกินใคร

ธุรกิจของเจ้าสัวอิทธินั้นมีมากมาย ตั้งแต่บ่อนคาสิโน โรงแรม ไปจนถึงธุรกิจค้าอาวุธสงคราม แต่ธุรกิจที่ทำรายได้มากที่สุดก็คือ ‘ธุรกิจสีขาว’ ที่บังหน้าธุรกิจสีเทาเหล่านั้น อรุณรุ่งรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำนั้นผิดกฎหมาย แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทำเพื่อครอบครัว

อรุณรุ่งรีบแต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำทะมัดทะแมง หยิบปืนพกคู่ใจเหน็บไว้ที่เอว ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เธอต้องไปที่โกดังให้เร็วที่สุด เพื่อจัดการกับพวกมาเฟียอิตาลีที่กล้าบุกรุกเข้ามาในเขตของเธอ

เมื่ออรุณรุ่งมาถึงโกดัง เธอก็พบว่ามันกลายเป็นสนามรบไปแล้ว ลูกน้องของเธอกำลังต่อสู้กับพวกมาเฟียอิตาลีอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ร่างของคนที่ถูกยิงล้มลงกองกับพื้นเป็นจำนวนมาก

“ไอ้พวกเวร!” อรุณรุ่งสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะกระโดดลงจากรถและเข้าร่วมการต่อสู้ทันที เธอใช้ปืนพกยิงใส่พวกมาเฟียอิตาลีอย่างแม่นยำ แต่ละนัดที่เธอปล่อยออกไปไม่มีพลาดเป้าหมาย

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อรุณรุ่งและลูกน้องของเธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะขับไล่พวกมาเฟียอิตาลีออกไป แต่พวกมันก็มีจำนวนมากกว่าและดูเหมือนว่าจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด อรุณรุ่งก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกมาเฟียอิตาลี ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบ จ้องมองมาที่เธออย่างเย็นชา

อรุณรุ่งไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ชายคนนี้ต้องเป็นหัวหน้าของพวกมาเฟียอิตาลีอย่างแน่นอน

อรุณรุ่งตัดสินใจที่จะจัดการกับชายคนนั้น เธอวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอเข้าไปใกล้พอ เธอก็ยกปืนพกขึ้นเล็งไปที่เขา

“แกเป็นใคร?” อรุณรุ่งถามเสียงเข้ม

ชายคนนั้นยิ้มเยาะ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน “ฉันชื่อ ‘วินเซนโซ่’ มาเฟียจากอิตาลี”

“แกต้องการอะไร?” อรุณรุ่งถามต่อ

“ฉันต้องการทุกอย่างที่เป็นของแก” วินเซนโซ่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

สิ้นเสียงของวินเซนโซ่ เขาก็ชักปืนพกออกมาและยิงใส่เธอทันที อรุณรุ่งหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด แต่เธอก็เสียหลักล้มลงกับพื้น

วินเซนโซ่เดินเข้ามาหาอรุณรุ่งอย่างช้าๆ เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

“แกมันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง” วินเซนโซ่พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก “แกไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก”

อรุณรุ่งกัดฟันกรอด เธอพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอาการบาดเจ็บที่ขา

“ฉันจะฆ่าแก” อรุณรุ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

วินเซนโซ่หัวเราะออกมาอย่างดังลั่น “ฆ่าฉัน? แกไม่มีทางทำได้หรอก”

วินเซนโซ่ยกปืนพกขึ้นเล็งไปที่อรุณรุ่ง เตรียมที่จะลั่นไกปลิดชีวิตเธอ

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ปืนของวินเซนโซ่ กระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างของวินเซนโซ่อย่างแม่นยำ ทำให้เขาล้มลงกับพื้นทันที

อรุณรุ่งเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่เสียงปืนดังมาจาก เธอเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกริบ จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

ชายคนนั้นคือใคร? เขามาช่วยเธอทำไม? อรุณรุ่งไม่รู้ แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง

ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาอรุณรุ่งอย่างช้าๆ เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอและถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “คุณเป็นอะไรมากไหม?”

อรุณรุ่งส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณที่ช่วยฉัน”

ชายคนนั้นยิ้มให้เธอ “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”

ชายคนนั้นช่วยอรุณรุ่งให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพาเธอเดินออกจากโกดังไป

ในขณะที่อรุณรุ่งกำลังเดินออกจากโกดัง เธอก็สังเกตเห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบสีเลือดที่แขนของชายคนนั้น รอยสักนั้นดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอจำไม่ได้ว่าเคยเห็นมันที่ไหน

เมื่ออรุณรุ่งและชายคนนั้นเดินออกมาจากโกดัง พวกเขาก็พบว่าการต่อสู้ได้ยุติลงแล้ว ลูกน้องของอรุณรุ่งสามารถขับไล่พวกมาเฟียอิตาลีออกไปได้สำเร็จ

อรุณรุ่งหันไปขอบคุณชายคนนั้นอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงแย่ไปแล้ว”

ชายคนนั้นยิ้มให้เธอ “ไม่เป็นไรครับ ผมดีใจที่ได้ช่วย”

“ฉันชื่ออรุณรุ่ง คุณล่ะคะ?” อรุณรุ่งถาม

ชายคนนั้นลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาว่า “ผมชื่อ… ภูผา”

ภูผา… อรุณรุ่งไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้สึกว่าชื่อนี้มีความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณภูผา” อรุณรุ่งกล่าว

“เช่นกันครับคุณอรุณรุ่ง” ภูผาตอบกลับมา

อรุณรุ่งจ้องมองไปที่ภูผาด้วยความสงสัย เธออยากจะรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน และทำไมถึงมาช่วยเธอ แต่เธอรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถามคำถามเหล่านั้น

“ฉันต้องไปแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” อรุณรุ่งกล่าว

“ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ” ภูผาตอบกลับมา

อรุณรุ่งหันหลังเดินจากไป เธอขึ้นรถและสั่งให้คนขับรถพาเธอกลับบ้าน

ในระหว่างทางกลับบ้าน อรุณรุ่งคิดถึงแต่เรื่องของภูผา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาช่วยเธอ และทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่ออรุณรุ่งกลับมาถึงบ้าน เธอก็ตรงไปยังห้องทำงานของพ่อของเธอทันที เธอต้องการที่จะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อของเธอรู้

เมื่ออรุณรุ่งเข้าไปในห้องทำงานของพ่อของเธอ เธอก็พบว่าพ่อของเธอกำลังนั่งคุยอยู่กับชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบ จ้องมองมาที่เธออย่างเย็นชา

อรุณรุ่งตกใจมากเมื่อเห็นชายคนนั้น เธอจำได้ว่าเขาคือวินเซนโซ่ มาเฟียจากอิตาลีที่เธอเพิ่งต่อสู้ด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“พ่อคะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” อรุณรุ่งถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

เจ้าสัวอิทธิหันมามองอรุณรุ่งด้วยสายตาที่เย็นชา “อรุณรุ่ง นี่คือวินเซนโซ่ เขาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจคนใหม่ของเรา”

อรุณรุ่งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พ่อของเธอเป็นพันธมิตรกับมาเฟียอิตาลีได้อย่างไร? และทำไมต้องเป็นวินเซนโซ่ด้วย?

“พ่อกำลังทำอะไรคะ?” อรุณรุ่งถาม

“ฉันกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง” เจ้าสัวอิทธิตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “แกไม่จำเป็นต้องรู้”

อรุณรุ่งจ้องมองไปที่พ่อของเธอด้วยความผิดหวัง เธอไม่เคยคิดเลยว่าพ่อของเธอจะทำเรื่องแบบนี้

“ฉันไม่เห็นด้วย” อรุณรุ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว “ฉันจะไม่ยอมให้พ่อทำแบบนี้”

เจ้าสัวอิทธิหัวเราะออกมาอย่างดังลั่น “แกไม่มีสิทธิ์มาขัดขวางฉัน”

“ฉันมีสิทธิ์” อรุณรุ่งตอบกลับมา “ในฐานะลูกสาวของพ่อ”

“แกไม่ใช่ลูกสาวของฉัน” เจ้าสัวอิทธิพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “แกเป็นแค่เครื่องมือของฉัน”

สิ้นเสียงของเจ้าสัวอิทธิ อรุณรุ่งก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เธอไม่เคยคิดเลยว่าพ่อของเธอจะมองเธอเป็นแค่เครื่องมือ

อรุณรุ่งหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของพ่อของเธอไปด้วยความเสียใจและผิดหวัง เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่เธอรู้ว่าเธอจะไม่ยอมให้พ่อของเธอทำเรื่องที่ผิดพลาดแบบนี้

เมื่ออรุณรุ่งเดินออกมาจากห้องทำงานของพ่อของเธอ เธอก็พบกับภูผาที่ยืนรอเธออยู่ ภูผายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” ภูผาถาม

อรุณรุ่งส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไร”

“แน่ใจนะคะ?” ภูผาถามต่อ

อรุณรุ่งพยักหน้า “แน่ใจค่ะ”

ภูผาจ้องมองไปที่อรุณรุ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง เขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่เป็นอะไร แต่เขาไม่ต้องการที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านี้

“ถ้าคุณต้องการอะไร บอกผมได้เสมอนะครับ” ภูผากล่าว

อรุณรุ่งยิ้มให้ภูผา “ขอบคุณค่ะ”

อรุณรุ่งและภูผายืนอยู่ด้วยกันอย่างเงียบๆ ทั้งสองคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อรุณรุ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เธอพบว่าเป็นสายจากลูกน้องของเธอ

“มีอะไร?” อรุณรุ่งถาม

( “คุณรุ่งครับ แย่แล้วครับ! พวกมันจับตัวคุณแม่ไปครับ!” )

สิ้นเสียงปลายสาย อรุณรุ่งก็แทบทรุดลงกับพื้น หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความกังวล แม่ของเธอถูกจับตัวไปได้อย่างไร? ใครเป็นคนทำ?

“พวกมันคือใคร?” อรุณรุ่งถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

( “ผมไม่แน่ใจครับ แต่พวกมันทิ้งจดหมายไว้ให้คุณครับ” )

“จดหมาย?” อรุณรุ่งถาม

( “ครับ ผมจะส่งให้คุณเดี๋ยวนี้ครับ” )

อรุณรุ่งรอจดหมายจากลูกน้องของเธออย่างใจจดใจจ่อ เธอไม่รู้ว่าในจดหมายนั้นมีอะไร แต่เธอรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องร้ายอย่างแน่นอน

ในที่สุด จดหมายก็ถูกส่งมาถึงอรุณรุ่ง เธอรีบเปิดอ่านมันทันที

ในจดหมายเขียนว่า “ถ้าอยากให้แม่ของแกปลอดภัย เอาตัวแกมาแลก”

อรุณรุ่งกำจดหมายไว้แน่น เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้ แต่เธอรู้ว่าเธอต้องไปช่วยแม่ของเธอ

“ผมจะไปด้วย” ภูผาพูดขึ้น

อรุณรุ่งหันไปมองภูผาด้วยความตกใจ “คุณจะไปด้วยทำไม?”

“ผมอยากช่วยคุณ” ภูผาตอบกลับมา

อรุณรุ่งลังเล เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะให้ภูผาไปด้วยหรือไม่ แต่เธอรู้ว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ

“ตกลง ไปด้วยกัน” อรุณรุ่งกล่าว

อรุณรุ่งและภูผาตัดสินใจที่จะไปช่วยแม่ของอรุณรุ่งด้วยกัน ทั้งสองคนไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง

อ่านต่อบทที่ 2