ความลับใต้แสงจันทร์
Chapter 3 — จุมพิตที่แปรเปลี่ยนเป็นคมดาบ
ริมฝีปากของธีรวัฒน์ยังคงประทับอยู่บนริมฝีปากของปานเดือน ท่ามกลางความตกตะลึงของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขากระทบใบหน้า ส่งความรู้สึกที่เกินกว่าจะเข้าใจได้ มันไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความรู้สึกของการครอบครองที่แฝงมาพร้อมกับความเยือกเย็น
ปานเดือนผลักเขาออกทันทีที่สติกลับคืนมา ดวงตาฉายแววไม่เชื่อผสมความโกรธ 'คุณ! ทำบ้าอะไร!?' เสียงของเธอสั่นเครือ ทว่าแฝงด้วยอำนาจที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้กับเขา
ธีรวัฒน์ถอยหลังไปเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองเธอไม่วาง ราวกับกำลังประเมินผลกระทบจากจุมพิตเมื่อครู่
“ผมแค่แสดงให้คุณเห็นว่า สถานการณ์ของเรามันใกล้ชิดกันแค่ไหน คุณเดือน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำกลับเฉือนลึกเข้ามาในใจของเธอ “คุณวิรัชต์เปิดเผยทุกอย่างแล้ว คุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับข้อเสนอของผม”
ปานเดือนหันไปมองคุณวิรัชต์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเขามีแววประหลาดใจระคนผิดหวังเล็กน้อย ราวกับว่าจุมพิตนั้นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนการที่เขาตกลงไว้
“อาวิรัชต์… นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้มันปะทุออกมา
คุณวิรัชต์สูดลมหายใจลึก “ปานเดือน… ป้ากับลุงไม่ได้ทำอะไรให้ธีรวัฒน์เลยนะ เขาแค่อยากได้บริษัทคืน” คำพูดนั้นทำให้ปานเดือนยิ่งสับสน
“ป้ากับลุง?” ธีรวัฒน์หัวเราะเบาๆ “คุณวิรัชต์ก็บอกคุณไปแล้วนี่ครับ ว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโกงทั้งหมด ผมแค่เข้ามาช่วยจัดการ แล้วให้ผลประโยชน์กับคนของผม”
“แล้วนี่คือผลประโยชน์ที่คุณให้กับอาของฉันงั้นเหรอคะ?” ปานเดือนชี้ไปที่เอกสารบนโต๊ะที่คุณวิรัชต์เพิ่งจะยื่นให้เธอเมื่อครู่ ข้อตกลงที่ระบุชัดเจนว่าคุณวิรัชต์จะได้รับส่วนแบ่งมหาศาลจากบริษัทที่กำลังจะล้มละลายนี้ หากเขาสามารถลากปานเดือนเข้าพิธีวิวาห์กับธีรวัฒน์ได้
“ถูกต้องครับ” ธีรวัฒน์ตอบรับ “คุณวิรัชต์ต้องการเงินเพื่อไปใช้หนี้การพนัน และผมต้องการคุณเป็นภรรยาเพื่อผลประโยชน์ของผม การแต่งงานครั้งนี้มีค่ามากกว่าเงินจำนวนมหาศาลเสียอีก”
ปานเดือนยืนนิ่ง ตัวชาไปทั้งร่าง คำพูดของธีรวัฒน์เปรียบเสมือนมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงเข้าใส่เธอ ความไว้ใจที่เคยมีให้กับอาของเธอพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี พร้อมๆ กับความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจต่อธีรวัฒน์
“คุณอา… ทำไม…?” น้ำตาเริ่มคลอหน่วย
คุณวิรัชต์หลบสายตาของหลานสาว “ปานเดือน… มันเป็นเรื่องใหญ่ ป้ากับลุงต้องใช้เงินจริงๆ… ธีรวัฒน์เขามีอำนาจมากกว่าที่เราคิด”
“อำนาจที่ได้มาจากการหักหลังคนที่ไว้ใจที่สุดน่ะเหรอคะ?” ปานเดือนสะบัดหน้าไปอีกทาง ไม่ต้องการเห็นสีหน้าของอาอีกต่อไป “ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ!” เธอหันไปเผชิญหน้ากับธีรวัฒน์ ดวงตาแดงก่ำ ทว่าแววตาแข็งกร้าว
“คุณไม่มีทางเลือก” ธีรวัฒน์เดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเธอเบาๆ “ถ้าคุณไม่ยอม ผมจะเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่ผมมีเกี่ยวกับความผิดพลาดของลูน่า อินเวสเม้นท์ และคุณวิรัชต์ คุณจะติดคุกข้อหายักยอกทรัพย์ และบริษัทของคุณก็จะล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบ”
มือที่สัมผัสใบหน้าของเขาเย็นเฉียบ ปานเดือนรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งไหลผ่านเส้นเลือด เธอรู้ดีว่าธีรวัฒน์ไม่ใช่คนที่จะพูดเล่น เขาคือนักธุรกิจที่เหี้ยมโหดและไร้ความปรานี
“คุณมันปีศาจ!” เธอตะคอก
“ผมอาจจะใช่” ธีรวัฒน์ยอมรับ “แต่ผมคือปีศาจที่จะช่วยคุณได้ คุณเลือกมาสิ จะยอมแต่งงานกับผมเพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ หรือจะให้ทุกอย่างพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา?”
ปานเดือนมองไปรอบห้องทำงานที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของเธอ บัดนี้มันกลับกลายเป็นห้องขังที่เต็มไปด้วยพันธนาการ เธอเหลือบมองเอกสารข้อตกลงในมืออาวิรัชต์ ที่มีลายเซ็นของธีรวัฒน์และตราประทับของบริษัทเขา ปรากฏอยู่ชัดเจน
“ฉัน… ฉันจะคิดดูก่อน” เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง
“ไม่ต้องคิดมากครับ” ธีรวัฒน์ยิ้มเย็น “ผมจะให้เวลาคุณถึงพรุ่งนี้เย็นเท่านั้น”
เมื่อธีรวัฒน์และคุณวิรัชต์เดินออกไป ปานเดือนก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจห้าม เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจใคร หรือจะต่อสู้กับใครอีกต่อไป
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เป็นรัตน์ ผู้ช่วยคนสนิทของเธอ
“คุณปานเดือนคะ… รัตน์มีบางอย่างจะให้คุณดูค่ะ” รัตน์เอ่ยเสียงเครียด “เป็นหลักฐานสำคัญที่ฉันเพิ่งจะค้นพบ… มันเกี่ยวกับ… คุณธีรวัฒน์ค่ะ”
ปานเดือนเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองรัตน์ด้วยความหวังที่ริบหรี่ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่รัตน์ค้นพบจะช่วยเธอได้จริงหรือ แต่ในเวลานี้ มันคือสิ่งเดียวที่เธอมี
“อะไรคะรัตน์?” เธอถามเสียงสั่น
รัตน์ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ปานเดือน หน้าจอสว่างขึ้นแสดงรูปภาพที่ทำให้หัวใจของปานเดือนแทบหยุดเต้น มันเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนของธีรวัฒน์กำลังนั่งอยู่กับ… หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ… มีแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายของหญิงสาวคนนั้นปรากฏอยู่ชัดเจน
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” ปานเดือนอุทานออกมาเบาๆ