พันธนาการรัก บัลลังก์เลือด
Chapter 9 — รอยยิ้มของคนทรยศ
ลลิตาแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา คฤนย์… คฤนย์ที่ควรจะถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน… คฤนย์ที่เธอเพิ่งคุยด้วยเมื่อไม่กี่นาทีก่อน… ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ… ถือปืน… และเล็งไปที่เดชา
“คฤนย์… อย่า!” ลลิตาตะโกนสุดเสียง พยายามจะวิ่งเข้าไปขวาง แต่ร่างกายกลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
คฤนย์หันมามองเธอ แววตาของเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ที่เธอเคยรู้จัก รอยยิ้มเหยียดหยันยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา
“ทำไมล่ะ ลลิตา เธอจะปกป้องคนที่มันฆ่าพี่ชายของเธออย่างนั้นเหรอ?” คฤนย์ถาม น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นจนลลิตาขนลุก
“ไม่… ไม่ใช่อย่างนั้น” ลลิตาพึมพำ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ควรจะเชื่อใคร เดชา… หรือคฤนย์? ใครกันแน่ที่เป็นคนโกหก?
“แล้วมันคืออะไร? บอกฉันสิ!” คฤนย์ตวาดเสียงดัง ปืนในมือของเขาสั่นเล็กน้อย
ลลิตาส่ายหน้า เธอรู้สึกสับสนและหวาดกลัวจนแทบคลั่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เธอไม่สามารถประมวลผลทุกอย่างได้ทัน
“ฉัน… ฉันไม่รู้” ลลิตาตอบเสียงแผ่วเบา น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
คฤนย์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะนั้นก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและความสิ้นหวัง
“ไม่รู้เหรอ? น่าสมเพชจริงๆ” คฤนย์พูดพลางส่ายหน้า “เธอไม่รู้เลยเหรอว่าคนที่เธอไว้ใจ… คือคนที่ฆ่าภัทร”
ลลิตาเบิกตากว้าง “ไม่จริง! เดชา… ไม่มีทาง”
“ไม่มีทาง? เธอมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” คฤนย์เลิกคิ้ว “แล้วทำไมเธอถึงคิดว่าภัทรถึงเขียนจดหมายเตือนเธอ? ทำไมเธอถึงคิดว่าเขาถึงต้องซ่อนมันไว้?”
ลลิตาเงียบไป เธอไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ เธอพยายามจะหาเหตุผลมาหักล้าง แต่ก็ไม่สามารถทำได้
“เชื่อฉันสิ ลลิตา เดชาเป็นคนฆ่าภัทร เขาฆ่าพี่ชายของเธอ… และเขาก็จะฆ่าเธอด้วย” คฤนย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เขาต้องการอะไรบางอย่างจากเธอ… และเมื่อเขาได้มันแล้ว… เขาก็จะกำจัดเธอทิ้ง”
“ไม่… ฉันไม่เชื่อ” ลลิตาพูดเสียงสั่นเครือ แต่ในใจของเธอกลับเริ่มลังเล เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร
“ไม่เชื่อเหรอ? เอาล่ะ… งั้นฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็น” คฤนย์พูดพลางหันกลับไปมองเดชาที่ยังคงนอนสลบอยู่บนพื้น
“ฉันจะฆ่ามัน… ต่อหน้าต่อตาเธอ” คฤนย์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วเธอจะได้รู้ว่า… ฉันพูดความจริง”
ลลิตาเบิกตากว้าง เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ
คฤนย์ยกปืนขึ้น เล็งไปที่ศีรษะของเดชา
“ไม่!” ลลิตาตะโกนสุดเสียง แต่ก็สายเกินไป
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง
ลลิตาหลับตาปี๋ เธอไม่กล้าที่จะมองภาพตรงหน้า เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมา
เมื่อเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น… สิ่งที่เธอเห็น… ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
เดชา… ยังคงนอนสลบอยู่บนพื้น… แต่… คฤนย์… กลับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น… มือของเขากุมอยู่ที่หน้าอก… และ… มีเลือด… ไหลออกมา…
ลลิตาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอพยายามจะประมวลผลทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถทำได้
ทันใดนั้น… เธอก็ได้ยินเสียง… เสียงที่คุ้นเคย… เสียงที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย… เสียงของ… เดชา!
“ลลิตา… เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ลลิตาหันไปมอง เดชาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง
“เดชา… คุณ…” ลลิตาพูดไม่ออก เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
“ฉันสบายดี” เดชาตอบพลางยิ้มให้เธอ “ไม่ต้องห่วง”
แต่… รอยยิ้มนั้น… กลับทำให้ลลิตารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพราะ… มันเป็นรอยยิ้ม… ที่เหมือนกับ… รอยยิ้มของคฤนย์… ในตอนที่เขายกปืนขึ้นเล็งมาที่เดชา
“แต่… คฤนย์…” ลลิตาพึมพำพลางมองไปที่ร่างของคฤนย์ที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
“คฤนย์?” เดชาเลิกคิ้ว “เธอหมายถึงอะไร?”
“ก็… เขา…” ลลิตาชี้ไปที่ร่างของคฤนย์
เดชาเดินตามสายตาของเธอไป… แต่… สิ่งที่เขาเห็น… กลับไม่ใช่ร่างของคฤนย์… แต่… เป็นเพียง… ความว่างเปล่า!
“ไม่มีใครนี่” เดชาพูดพลางส่ายหน้า “เธอคงจะตาลายไปแล้ว”
ลลิตาเบิกตากว้าง เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คฤนย์… หายไปไหน?
“แต่… เมื่อกี้…” ลลิตาพยายามจะอธิบาย แต่เดชาก็ขัดขึ้น
“พอเถอะลลิตา เธอคงจะเหนื่อยแล้ว” เดชาพูดพลางเดินเข้ามาใกล้เธอ “ไปพักผ่อนเถอะ”
เดชายื่นมือมาจับมือของเธอ ลลิตาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะยอมให้เขาจับ
เดชาพาเธอเดินออกจากห้อง… แต่… ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกจากห้อง… เธอก็เหลือบไปเห็น… เงา… เงาที่คุ้นเคย… เงาของ… คฤนย์… ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง… และ… กำลัง… ยิ้ม… ให้กับเธอ…
รอยยิ้ม… ของคนทรยศ…
แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง…
ลลิตา… ถูกเดชาพาตัวออกมาจากห้อง… โดยที่ไม่รู้เลยว่า… สิ่งที่เธอเห็น… คือความจริง… หรือ… เป็นเพียง… ภาพลวงตา…
และ… คฤนย์… หายตัวไปไหน… เขา… ตายแล้ว… จริงๆ หรือ?