เปลวไฟแห่งการชำระ

Chapter 3 — เถ้าธุลีที่ร่วงหล่น

แสงสลัวยามเช้าลอดผ่านช่องลมเล็กๆ ของโรงเก็บของเก่าที่ถูกทิ้งร้าง สาดจับฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ รินรดายังคงนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ความเย็นยะเยือกของพื้นปูนซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดเดรสที่เธอสวมใส่ ราวกับจะตอกย้ำความหนาวเหน็บที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจ ภาพใบหน้าเปื้อนเลือดของพ่อที่ปรากฏในมือถือของชายชุดดำเมื่อคืน ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่จางหาย

“แกจะทำอะไรพ่อของฉัน!” เสียงตะโกนแหบพร่าของเธอเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหู แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเงียบและความมืด

แล้วกฤษณะก็ปรากฏตัวขึ้น ราวกับเทพบุตรในฝันร้าย เขาบอกว่าทุกอย่างที่ทำไปเพื่อปกป้องเธอ… คำพูดนั้นยังก้องอยู่ในหัวของเธอเช่นกัน แต่จะเชื่อได้อย่างไร เมื่อมือของเขาเองที่เคยปลอบประโลม ตอนนี้กลับมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักขังเธอ

“รินรดา…” เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านนอกประตู รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอเงยหน้าขึ้นมอง ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของกฤษณะ เขาเดินเข้ามาพร้อมกับถุงอาหารในมือ แววตาของเขาดูอ่อนล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัด

“ตื่นแล้วเหรอ” เขาพูด พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “ฉันเอาอาหารมาให้”

รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและเจ็บปวด “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ กฤษณะ” เสียงของเธอสั่นเครือ

กฤษณะวางถุงอาหารลงบนพื้น “ฉันไม่มีทางเลือก รินรดา… สถานการณ์มันบีบบังคับ”

“สถานการณ์อะไร! การที่จับฉันมาขังไว้ที่นี่เนี่ยนะ! หรือคุณต้องการให้ฉันหายไปจากชีวิตคุณตลอดไปเหมือนที่เคยบอกไว้ตอนคุณจะแต่งงานกับยัยนั่น!” เธอตะคอกใส่เขา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินออกมา

“ไม่ใช่! ฉันไม่เคยต้องการแบบนั้น” กฤษณะรีบแก้ต่าง เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอ แต่รินรดาก็ผงะถอยหลัง “ฉันรักเธอ รินรดา… ฉันทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอจริงๆ”

“โกหก! คำพูดของคุณมันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว! คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว! คุณหลอกฉันมาตลอด!” รินดากรีดร้อง เธอไม่เชื่อในคำพูดของเขาอีกต่อไป ทุกอย่างที่เขาเคยทำให้เห็นมันคือภาพลวงตา

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากทางเดินด้านนอก ประตูเปิดอ้าออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นมณีรินที่ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเธอฉายแววเย้ยหยันและอำมหิต เธอสวมชุดราตรีสีดำสนิทที่ดูราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว

“โถ… แม่พระเอกกับนางเอกกำลังจะบอกรักกันเหรอคะ” มณีรินหัวเราะในลำคอ “น่าสมเพชจริงๆ”

กฤษณะหันไปมองมณีรินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เธอมาทำอะไรที่นี่!”

“มาดู ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ของฉันไงคะ” มณีรินก้าวเข้ามาในห้องอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาของเธอจับจ้องไปที่รินดาอย่างอาฆาต “เธอคิดว่ากฤษณะจะปกป้องเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? คนที่บอกว่าจะแต่งงานกับฉันเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะเหรอ?”

รินดาตัวแข็งทื่อ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้ว่ามณีรินกำลังจะทำร้ายเธอจริงๆ ก่อนที่กฤษณะจะเข้ามาขวาง

“ฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอมายุ่งกับกฤษณะเด็ดขาด!” มณีรินประกาศกร้าว เธอยกมือขึ้นมา ปรากฏเป็นวัตถุบางอย่างที่ห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำ รินดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นมัน… มันคือปืน

“อย่า!” กฤษณะตะโกน แต่ก็สายเกินไป

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในโรงเก็บของเก่าที่เงียบสงัด รินดาเบิกตากว้าง มองร่างของกฤษณะที่ล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากอกของเขา

“กฤษณะ!” รินดาตะโกนสุดเสียง เธอทรุดตัวลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “ไม่จริง… ไม่จริง!”

มณีรินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “อุบัติเหตุ… ใครจะไปคิด” เธอพูดขึ้น พลางเดินผ่านร่างไร้สติของกฤษณะ ไปยืนคร่อมรินดาที่กำลังร้องไห้ “ทีนี้ก็เหลือแค่แกคนเดียวแล้วสินะ… ที่จะไม่มีใครปกป้อง”

รินดายกมือขึ้นปาดน้ำตา เธอมองมณีรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเจ็บปวดและความหวาดกลัว กลายเป็นความเด็ดเดี่ยวและความแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ “ฉันจะฆ่าแก… ยัยปีศาจ!”

“หึ… ปากดีนักนะ” มณีรินแค่นหัวเราะ แล้วเธอก็โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูรินดา “แต่ก่อนที่แกจะตาย… ฉันมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ จะให้ดู”

มณีรินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เธอเปิดรูปภาพขึ้นมาให้รินดาดู… เป็นรูปของพ่อของรินดา ที่ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ และกำลังถูกบีบคอจากชายชุดดำคนเดิม แต่คราวนี้… ใบหน้าของชายชุดดำคนนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม… และรินดาก็แทบจะหลุดหายใจ เมื่อพบว่าเบื้องหลังชายชุดดำคนนั้น… คือภาพเงาของกฤษณะที่ยืนมองอยู่

“นี่… คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันจะมอบให้แก” มณีรินพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น “จำไว้ว่า… คนที่แกอยากจะแก้แค้นที่สุด… อาจจะอยู่ใกล้กว่าที่แกคิด”

รินดาตัวสั่นสะท้าน เธอมองภาพในโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกที่ตีกันในหัว ทั้งความแค้น ความสับสน และความเจ็บปวด… เธอไม่รู้แล้วว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง… และใครคือคนที่เธอควรจะเชื่อใจ

“แก… แกมัน…!” รินดาพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ

มณีรินยิ้มเยาะ “ไปสู่สุขคติ… หรือจะไปสู่นรก… ก็เลือกเอาเองนะจ๊ะ” เธอกล่าวจบก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้รินดานั่งจมอยู่กับความสิ้นหวังและความแค้นที่กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

แต่แล้ว… ทันใดนั้นเอง สติสุดท้ายของรินดาก็ةรวบรวมได้ เธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นใกล้ๆ กับร่างของกฤษณะ… มันคือซองเอกสารสีน้ำตาล ที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา… ซองเอกสารที่เธอเคยเห็นมันถูกใช้ข่มขู่เธอเมื่อวานนี้! รินดาหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่

“นี่… มันคืออะไรกันแน่…” เธอพึมพำกับตัวเอง

เธอรีบเปิดซองออก… ข้างในมีเพียงแผ่นกระดาษแผ่นเดียว… และเมื่อเธออ่านมัน… ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง… มันคือเอกสารการโอนหุ้น… และผู้รับโอน… คือชื่อของเธอ… รินดา…

“อะไรนะ…”

แต่ก่อนที่เธอจะได้ประมวลผลกับสิ่งที่เห็น… เสียงรถยนต์ดังขึ้นด้านนอก… และประตูโรงเก็บของเก่าก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง… คราวนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน… แต่เป็น…