ลมหายใจของจ้าวแห่งเงา
Chapter 3 — น้ำตาของภูตทะเลทราย
แสงแดดยามบ่ายที่แผดเผาแห่งโอเอซิสแห่งความหวัง บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงามืดที่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าอันแข็งกร้าวของกลุ่มทหารรับจ้าง ดวงตาของขุนทรายยังคงฉายแววอันตรายระคนสับสน เขามองเห็นภาพหลอนของอดีตที่ตามหลอกหลอน พลังอันมืดมิดที่เพิ่งปลดปล่อยออกมายังคงพลุ่งพล่านอยู่ในกาย ราวกับพายุที่พร้อมจะทำลายทุกสรรพสิ่ง
“หยุดนะ!” เสียงของดาริกาดังขึ้นอย่างกล้าหาญ แม้จะสั่นเครือเล็กน้อย เธอก้าวออกมาขวางหน้าขุนทราย พยายามใช้ความบริสุทธิ์ใจของเธอสลายม่านหมอกแห่งความมืดที่ปกคลุมเขาอยู่ “ขุนทราย… นายไม่ใช่คนแบบนี้นะ พลังนั่นมันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของนาย!”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง สวมเกราะหนังที่ดูเก่าแก่แต่แข็งแกร่ง ยิ้มเยาะ “เด็กน้อยเอ๋ย อย่ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ การเจรจาของเราจบลงแล้ว เจ้าหญิงแห่งทะเลทราย” เขาเน้นคำว่า ‘เจ้าหญิง’ อย่างประชดประชัน
ขุนทรายหันมามองดาริกา แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบกับแววตาอันแน่วแน่ของเธอ แต่แล้วก็กลับไปแข็งกร้าวอีกครั้งเมื่อเสียงกระซิบจากเงามืดในจิตใจดังขึ้น “อย่าไว้ใจพวกมัน… พวกมันจะทำลายทุกอย่าง… รวมทั้งเธอด้วย”
“พวกแกเป็นใคร มาตามหาอะไรที่นี่!” ขุนทรายตะโกนถาม เสียงของเขาแหบพร่า เต็มไปด้วยอำนาจที่น่าหวาดหวั่น
หัวหน้าทหารรับจ้างหัวเราะก้อง “เรามาทวงสิ่งที่ถูกลิขิตไว้ ‘ของขวัญ’ ที่พวกแกต้องมอบให้ ‘ท่าน’ ของเรา” เขากวาดตามองไปรอบๆ หมู่บ้าน สายตาหยุดอยู่ที่ชาวบ้านที่กำลังหวาดกลัว “และใครก็ตามที่ขัดขืน… จะต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก”
ทันใดนั้น เงาปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาอาคารที่ทรุดโทรมที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน ก็ขยับไหว ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทจนแทบจะกลืนไปกับความมืด ดวงตาที่เรืองรองสีแดงฉานจ้องมองมายังขุนทรายราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณ
“ของขวัญ…” ขุนทรายพึมพำ ชื่อนั้นคุ้นหูอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขาเคยได้ยินมันมาก่อนในความฝันอันเลือนราง
“ใช่แล้ว… ของขวัญที่แท้จริง” หัวหน้าทหารรับจ้างกล่าวอย่างชั่วร้าย “และเจ้า… จ้าวแห่งเงา… คือของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดที่เราตามหา”
ขุนทรายผงะ เขาไม่เข้าใจ สิ่งที่เขาเป็น… กลายเป็น ‘ของขวัญ’ ได้อย่างไร? พลังในตัวเขาร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดออกมาอีกครั้ง ความสับสนและความโกรธปะทุขึ้นในใจ
“ข้าไม่… ข้าไม่รู้ว่าพวกแกพูดเรื่องอะไร!” ขุนทรายตะโกน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“เจ้าจะรู้… ในไม่ช้า” เงาปริศนาบนหลังคาเอ่ยขึ้น เสียงของมันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ราวกับจะแทรกซึมเข้าไปในกระดูก
ดาริกา มองขุนทรายด้วยความเป็นห่วง เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญอยู่ “ขุนทราย… ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ บอกฉันนะ”
ขุนทรายหันมามองดาริกา เขาเห็นความหวังในแววตาของเธอ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความอันตรายที่จะเข้ามาหาเธอเพียงเพราะอยู่ใกล้เขา
“ถอยไป ดาริกา” ขุนทรายกล่าวเสียงเข้ม “ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับเธอ”
แต่ก่อนที่ดาริกาจะได้ตอบสนอง ร่างของหัวหน้าทหารรับจ้างก็พุ่งเข้าใส่ขุนทรายอย่างรวดเร็ว ดาบยาวของเขาฟาดฟันลงมาอย่างมุ่งร้าย
ขุนทรายยกแขนขึ้นปัดป้อง พลังเงาสีดำที่ห่อหุ้มแขนของเขากระจายออกไป แรงปะทะทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
“เจ้ายังอ่อนหัดนัก จ้าวแห่งเงา” หัวหน้าทหารรับจ้างเย้ยหยัน “แต่พลังของเจ้า… มันช่างน่าสนใจยิ่งนัก”
ขณะที่ขุนทรายกำลังตั้งหลัก ดาริกาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น ดอกไม้ทะเลทรายสีม่วงที่เธอเคยเด็ดให้ขุนทรายเมื่อครั้งก่อน… บัดนี้เหี่ยวเฉาและมีสีดำคล้ำราวกับถูกพิษ
“ไม่จริง…” ดาริกากระซิบอย่างตกใจ เธอเงยหน้ามองขุนทรายอีกครั้ง และในวินาทีนั้นเอง ที่เธอเห็น… รอยสักสีดำสนิทกำลังปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของขุนทราย มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว บิดเบี้ยวเป็นลวดลายแปลกประหลาดที่ดูเหมือนดวงตาหลายดวงกำลังจ้องมองออกมา… และมันกำลังลามขึ้นไปถึงคอของเขา
“ขุนทราย!” ดาริการ้องออกมาสุดเสียง
ขุนทรายเองก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง ราวกับมีไฟลวก เขาพยายามหันไปมอง แต่ก็ไม่ทัน… รอยสักสีดำนั้นได้ลามไปถึงใบหน้าของเขาแล้ว ซ่อนดวงตาข้างหนึ่งของเขาเอาไว้ใต้เงาสีดำสนิทนั้น
“นี่แหละ… คือของขวัญที่แท้จริง” เสียงเย็นเยียบของเงาปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง “การปลดปล่อย… ที่สมบูรณ์แบบ”